Press "Enter" to skip to content

เดือน: มกราคม 2017

ผู้หญิงกับการสู้รบกับจิตวิญญาณ

การสู้รบกับจิตวิญญาณ

เป็นเรื่องเล่าสืบทอดกันมาหลายทศวรรษแล้วว่า ผู้หญิงมักมีธรรมชาติในการประชันแข่งขันกันเอง และเรื่องที่ชิงดีชิงเด่นกันมากที่สุดเห็นไม่มีเรื่องใดยิ่งใหญ่ไปกว่าเรื่องความงามและแฟชั่น และแม้ว่าทุกวันนี้สนามประลองยุทธของคุณสาวสาวทั้งหลายจะเปลี่ยนสภาพจากการประชันความงามมาเป็นการแข่งขันในการทำงานแทน แต่กระนั้นเธอก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาตำแหน่งแห่งความงามของเธอเอาไว้ให้ได้ คู่แข่งของเธออาจจะมีตั้งแต่เพื่อนร่วมงาน เพื่อนเที่ยว พี่น้อง หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้าก็ยังนับว่าเป็นคู่แข่งได้ในทุกเวลาและสถานที่

ผู้หญิง

ผู้หญิงจำนวนมากมักจะมองดูผู้อื่นให้มาสัมพันธ์กับตัวเอง เกมส์รายวันของพวกเธอก็คือการสังเกตผู้คนรอบรอบตัวแล้วมาเปรียบเทียบกับตัวเองว่าเป็นอย่างไร เปรียบเทียบแล้วยังไม่พอ ต้องคอยส่องกระจกอยู่เสมอเสมอ เพื่อจะบอกตัวเองว่าอ้วนขึ้น ผอมลง เตี้ยกว่า หรือสูงกว่าคนอื่นแค่ไหน และเราทุกคนก็อาจเป็นนักโกหกหลอกลวงโลกได้ง่ายๆ หากไม่ยอมรับความจริง

การยอมรับความจริงเป็นเรื่องที่ยากลำบากแม้ว่าจะต้องสู้ฝ่าฟันผ่านมันไปให้ได้ก็ตาม ผู้หญิงที่มีจุดอ่อนอย่างใดอย่างหนึ่งมักจะคอยแต่นึกตำหนิตัวเองอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่น ถ้าหากเธอเป็นคนตัวเตี้ยขาสั้นตันไปทั้งตัว ก็มักจะคอยแอบมองแต่สาวตัวยาวผอมเพรียว แล้วก็เอาตัวเองเข้าไปเปรียบให้รู้สึกหดหู่อยู่เรื่อย สาวอกไข่ดาวก็คอยแต่จะจ้องริษยาอกแตงโมของเพื่อน แล้วมาลุ้นตัวเองแบบลมๆ แล้งๆ ให้มันใหญ่ทันใจจะได้เอาไปเปรียบเทียบกับเพื่อน ทั้งทั้งที่มันไม่มีวันจะเป็นไปได้ สาวโย่งมากอยากจะให้ตัวเองตัวสั้นลงอีกสักหน่อย ขณะที่สาวหุ่นผอมบางก็อยากมีเนื้อมีหนังฟิตปั๋งเหมือนหุ่นนักกีฬา สาวผมแดงอยากเป็นสาวผมบลอน เป็นต้น ก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่โลกแฟชั่นมีอะไรให้เล่นกับผู้หญิงได้ไม่สิ้นสุด เพราะเกมแข่งขันสวยมักจะเล่นแล้วเล่นอีกโดยไม่เบื่อหน่ายและไม่เคยจบสิ้น

ผู้หญิงที่เป็นทุกข์ในเรื่องเหล่านี้มักจะประเมินรูปร่างของตัวเองต่ำต้อยกว่าผู้อื่น และมีความเชื่ออย่างมั่นคงและไม่แน่ว่ามันแย่จริงๆ แม้จะหาจุดจบไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารูปร่างที่งดงามจริงๆ ตามอุดมคตินั้นมันเป็นอย่างไร

คุณหรือใครก็ตามที่เคยมีชีวิตอันเต็มไปด้วยความกังวลแบบนี้มาก่อนย่อมรู้ดีว่า การแสวงหาความเป็นเลิศที่มองไม่เห็นหนทางชัดเจน หรือใฝ่ฝันถึงแต่เรื่องในอุดมคติที่จับต้องไม่ได้นั้น มันบั่นทอนความหวังและทำลายพลังสร้างสรรค์ของชีวิตลงไปอย่างมาก